วัดในจังหวัดอุตรดิถต์

ลอดใต้ท้องอุโบสถ ภาคเหนือที่วัดดงสระแก้ว จังหวัดอุตรดิตถ์

วัดดงสระแก้ว อุตรดิตถ์

ลอดใต้ท้องอุโบสถ วัดดงสระแก้ว  เดิมได้มีการตั้งชื่อตามหมู่บ้าน ที่ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โดยที่วัดแห่งนี้ได้มีการสร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2460 ด้วยความศรัทธาของชาวบ้าน แต่เดิมทีนั้นมีเพียงแค่ศาลาและกุฏิสงฆ์ จนเมื่อปี พ.ศ. 2482 ชาวบ้านจึงได้ร่วมใจกันสร้างศาลาการเปรียญและได้มีชาวบ้านร่วมกันบริจาค เพื่อสร้างอุโบสถโดยมีการใช้ไม้สักทองทั้งหลัง และยังมีการยกพื้นให้คนลอดผ่านได้ หลังคาออกแบบเป็นศิลปะทรงไทยประยุกต์ มีการลดชั้นไล่ระดับแบบภาคกลาง ปัจจุบันนั้นได้มีผู้ที่ศรัทธานิยมมากราบไหว้และมาลอดใต้ถุนอุโบสถของวัดแห่งนี้ใน จังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตถ้าได้มาลอดอุโบสถวัดแห่งนี้และวัดดงสระแก้วนี้ยังได้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2498 และได้มีการพัฒนาสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมมาจนถึงปัจจุบัน ลอดใต้ท้องอุโบสถ ที่วัดดงสระแก้ว อุตรดิตถ์ ที่มาความเป็นไปความเชื่อของวัดนั้นคือได้มีประชาชนเดินทางมาที่วัดแห่งนี้และขอพระสงฆ์เพื่อที่จะขอลอดใต้ฐานโบสถ์เป็นจำนวนมากและมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยทางวัดเองก็ยังไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้มีการสอบถามชาวบ้านของคนที่มารอดโบสถ์แห่งนี้จึงได้ทราบกันว่า มีคำบอกเล่าของคนๆหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นคนที่มาจากจังหวัดสมุทรปราการได้มาทำการขอลอดโบสถ์ จึงทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น เช่นโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นก็บรรเทาและหายเป็นปกติ ธุรกิจส่วนตัวที่กำลังย้ำแย่มีหนี้สินอยู่มากนั้นก็ดีขึ้น หลังจากนั้นคนสมุทรปราการก็บอกญาติมิตรให้มารอดโบสถ์เพื่อรักษาโรคให้หาย และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตนั้นเอง นอกจากนี้ภายในวัดดงสระแก้วมีศาสนสถานที่สำคัญนั้นก็คือ อุโบสถไม้สักทอง เป็นอาคารไม้สักทอง ยังมีหลวงพ่ออู่ทอง ( ทองคำ ) ที่เคยเป็นพระประธานในอุโบสถไม้สัก มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย  เนื้อโลหะผสมทองคำบริสุทธิ์ ที่มีหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม มีความเชื่อกันว่าสร้างในสมัยอู่ทอง จากสกุลช่างอู่ทองและมีอายุมามากกว่า 800 ปี โดยที่พระธรรมกิจโกศล อดีตเจ้าอาวาสวัดดงสระแก้ว ได้มีการนำประดิษฐานมาจากวัดราชบุรณราชวรวิหาร ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งครั้งหนึ่งถูกทำลายจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลวงพ่ออู่ทอง องค์นี้นั้นเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญ 1 ใน 3 องค์ ที่ได้นำขึ้นมาประดิษฐานจากวัดราชบุรณะในคราวเดียวกัน และยังเป็นพระพุทธรูปทองคำโบราณองค์สำคัญองค์เดียวของจังหวัดอุตรดิตถ์นับมาตั้งแต่นั้นแต่ปรากฏว่า เกิดเหตุการณ์ร้ายในปี พ.ศ. 2520 หลวงพ่ออู่ทองได้ถูกขโมยหายไปจากวัดและจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถตามคืนมาไม่ได้จนปัจจุบันนี้

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และ วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง – ที่เที่ยวอุตรดิตถ์

วัดในอุตรดิตถ์

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เดิมชื่อวัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปทางตะวันออกประมาณ 20 กิโลเมตร  ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง และสร้างเมื่อไหร่ พระแท่นศิลาอาสน์เป็นพุทธเจดีย์ เชื่อกันว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จมานั่งบนที่พระแท่นแห่งนี้ ตัวพระแท่นเป็นศิลาแลง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีฐานพระแท่นประดับด้วยลายกลีบบัวโดยรอบ ประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ให้ความศรัทธาแก่พระแท่นศิลาอาสน์มาก จนทำให้จังหวัดใช้ พระแท่นศิลาอาสน์เป็นตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยความศรัทธานี้จึงทำให้เกิด ประเพณีทำบุญบูชาพระแท่นศิลาอาสน์มาอย่างยาวนานชั่วหลายอายุคน วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ความเชื่อที่ได้ไหว้ พุทธศาสนิกชนมีความเชื่อว่า การได้มาสักการบูชา วัดพระแท่นศิลาอาสน์  จะได้รับอานิสงส์สูงสุด ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดอุตรดิตถ์ จะพยายามเดินทางมาเพื่อที่จะสักการบูชาพระแท่นสิลาอาสน์สักครั้ง งานเทศกาลนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์นั้นเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสาม นั้นก็คือวันมาฆบูชา โดยจะมีเวลาการนมัสการกันถึง 8 วัน ภายในมีการสวดพระพุทธมนต์ และให้พรแก่ผู้ที่ไปสักการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ โดยรอบงานนั้นยังมีสิ้นค้าจากแม่บ้านภายในจังหวัดจัดแสดงและขายของเครื่องใช้ต่างๆ ให้ประชาชนผู้ที่ไปสักการบูชาพระแท่นนั้นได้ซื้อของเครื่องใช้กลับไปด้วยคล้ายๆงานวัดในต่างจังหวัดทั่วไป นอกจากพระแท่นแล้ววัดในอุตรดิตถ์ถัดไปยังมีวัดพระยืนพุทธบาท ซึ่งตั้งอยู่บนเนินยอดเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอดให้ประชนได้ไปสักการะเช่นกัน  ปัจจุบันวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2549 ทำให้ประชนจากทุกแห่งได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและมาสักการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์กันมากขึ้นด้วย ห่างออกมาอีกไม่ไกลมากนักจากวัดพระแท่นศิลาอาสน์นั้นได้มีวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งตั้งอยู่ โดยตั้งอยู่ที่กลางเทศบาลตำบลทุ่งยั้ง เป็นวัดโบราณประดิษฐานพระมหาธาตุประจำเมืองทุ่งยั้ง มาตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย   วัดพระบรมธาตุนั้นมีประเพณีประจำปีที่สำคัญคือ ประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทุกๆวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี โดยพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ถูกยกขึ้นให้เป็นศิลปะโบราณสถาน  โดยภายในวัดมีพระวิหารหลวง ที่ภายในพระวิหารหลวงนั้นมีภาพวาดตำนานเรื่องพระสังข์ทอง ซึ่งที่เกี่ยวโกงไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คือ เวียงเจ้าเงาะ และบ่อน้ำทิพย์ ที่อยู่ใกล้บริเวณวัดนั้น มีพระอุโบสถ เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบสุโขทัย และหลวงพ่อพระประธานเฒ่า เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย เป็นที่เคารพและศรัทธาเป็นอย่างมากของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ หากใครชอบเข้าวัดทำบุญหรือศึกษาประวัตริศิลปะแบบสุโขทัยสามารถท่องเที่ยวชมวัด 2 แห่งนี้ได้ อีกทั้งยังมีสวนสาธณะหนองพระแลไว้พักผ่อนหย่อนใจใกล้ๆอีกด้วย

Hello world

welcome